การเปรียบเทียบระบบทำความร้อน Digital Scroll กับระบบทำความร้อนแบบอื่นๆ
ShareThis
การเปรียบเทียบระบบทำความร้อน Digital Scroll กับระบบทำความร้อนแบบอื่นๆ

Emerson มีระบบที่มีค่า EER สูงให้เลือกใช้ ซึ่งไม่เพียงแต่มีอัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานสูงในช่วงที่ทำงานเต็มที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วงการทำงานทั้งหมด (ทำงานไม่เต็มที่) อีกด้วย ระบบดังกล่าวใช้คอมเพรสเซอร์แบบสโครลประสิทธิภาพสูง และยังใช้แผงคอยล์ที่มีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่อีกด้วย การทำความร้อนเป็นกระบวนการที่มีระดับความท้าทายสูงกว่า เนื่องจากข้อจำกัดทางเทอร์โมไดนามิกของวัฏจักรการอัดไอ (Vapour Compression Cycle)

ฮีทปั๊มทั่วไปมีความสามารถในการทำความร้อนอยู่ในระดับค่อนข้างดีในช่วงฤดูหนาวเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงกว่า 0°C อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพการทำงานของฮีทปั๊มจะลดลงเมื่ออุณหภูมิภายนอกลดลง นอกจากนี้ ฮีทปั๊มส่วนใหญ่จะไม่สามารถทำความร้อนได้อย่างเพียงพอ หากอุณหภูมิภายนอกลดลงต่ำกว่า 0°C แผนภูมิ #1 แสดงภาระการทำความร้อนของอาคาร (เส้นสีเขียว) และกำลังการทำความร้อนตามปกติของฮีทปั๊ม (เส้นสีแดง) เทียบกับอุณหภูมิภายนอก จะเห็นได้ชัดว่ากำลังการทำความร้อนตามปกตินั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ ฮีทปั๊มจะต้องมีความสามารถในการทำความร้อนสูงถึงเส้นสีน้ำเงิน จึงจะสามารถรองรับภาระการทำความร้อนของอาคารได้


 

ตัวเลือกระบบทำความร้อน

ระบบทำความร้อนแบบธรรมดาสำหรับใช้เมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส ได้แก่ :

   1. ระบบหม้อไอน้ำส่วนกลาง (Central Boiler System) : หม้อไอน้ำขนาดใหญ่ (ใช้พลังงานถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ) ทำหน้าที่ผลิตน้ำร้อน และจ่ายไปยังบ้านเรือนและอาคารสำนักงานแต่ละแห่ง เครื่องกระจายความร้อน (Radiator) จะถูกติดตั้งไว้ในบริเวณที่ต้องการ เพื่อให้ความร้อนกับห้อง
   2. ระบบหม้อไอน้ำชุมชน (Community Boiler System) : มีลักษณะการทำงานเหมือนกับระบบหม้อไอน้ำส่วนกลาง เพียงแต่สถานที่ตั้งหม้อไอน้ำอยู่ภายในเขตชุมชนที่ต้องการใช้ความร้อนดังกล่าว
   3. เครื่องทำความร้อนภายในบ้าน : เป็นชุดอุปกรณ์ชนิดแขวนผนังสำหรับการใช้งานภายในบ้านเรือน ใช้พลังงานจากก๊าซ
   4. เครื่องทำความร้อนแบบไฟฟ้า : ระบบทำความร้อนส่วนใหญ่ในประเทศจีนใช้ลวดความต้านทานเพื่อสร้างความร้อน โดยจะติดตั้งไว้ที่ชุดคอยล์ภายในอาคาร ลวดความต้านทานดังกล่าวจะเริ่มหรือหยุดการทำงานตามอุณหภูมิภายนอก

      แต่ละระบบที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นต่างมีข้อจำกัด เช่น ประสิทธิภาพต่ำ การติดตั้งมีความซับซ้อน ต้องเดินท่อเพิ่มเติม ควบคุมอุณหภูมิได้ไม่แม่นยำ เป็นต้น
   5. การเพิ่มความเร็วของระบบอินเวอร์เตอร์ : ระบบฮีทปั๊มแบบอินเวอร์เตอร์สามารถทำความร้อนเพิ่มขึ้นได้ 20-30% โดยใช้วิธีเพิ่มความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ให้สูงกว่าปกติ ซึ่งถึงแม้วิธีนี้จะให้กำลังการทำความร้อนเพียงพอกับความต้องการ แต่มีค่าอัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานต่ำมาก นอกจากนี้ คอมเพรสเซอร์ยังไม่สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานได้ เนื่องจากจะทำให้มีความร้อนสูงเกินไป

เมื่อพิจารณาจากตัวเลือกข้างต้นแล้ว ระบบทำความร้อนแต่ละแบบต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกระบบมีประสิทธิภาพการทำความร้อนในระดับต่ำ เทคโนโลยีระบบทำความร้อน Digital Scroll ซึ่งใช้ระบบการทำงานแบบฉีดไอน้ำยา (Vapor Injection) สามารถแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำความร้อนที่มีมาอย่างยาวนานได้ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถจ่ายความร้อนเพิ่มเติมเมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยให้ฮีทปั๊มสามารถทำงานที่อุณหภูมิภายนอกต่ำมาก (ถึง -20°C) ได้อีกด้วย  ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีการฉีดไอน้ำยา ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการทำงานที่ปลอดภัยของคอมเพรสเซอร์แบบสโครลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อพิจารณาจากตัวเลือกข้างต้นแล้ว ระบบทำความร้อนแต่ละแบบต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกระบบมีประสิทธิภาพการทำความร้อนในระดับต่ำ  เทคโนโลยีระบบทำความร้อน Digital Scroll ซึ่งใช้ระบบการทำงานแบบฉีดไอน้ำยา (Vapor Injection) สามารถแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำความร้อนที่มีมาอย่างยาวนานได้  เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถจ่ายความร้อนเพิ่มเติมเมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยให้ฮีทปั๊มสามารถทำงานที่อุณหภูมิภายนอกต่ำมาก (ถึง -20°C) ได้อีกด้วย  ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีการฉีดไอน้ำยา ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการทำงานที่ปลอดภัยของคอมเพรสเซอร์แบบสโครลได้อย่างมีประสิทธิภาพ